ภัยคุกคามบนสมาร์ทโฟนและแทปเล็ปมาถึงไทยแล้วหรือ ?

ในช่วงปีนี้ ตลาดไอทีของไทยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยียุคคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่ได้รับความนิยมอย่างมากตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา  และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเริ่มเข้าสู่ยุคทองของ Smart Device ด้วยแนวคิด BYOD  หรือ Bring – Your-Owner-Device ไม่ว่าจะเป็น Smart Phone, Tablet และอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ ที่สามารถเคลื่อนที่และใช้เขื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่  ประกอบกับระบบการสื่อสารทั่วโลกได้ปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุค 3G และ 4 G ตามลำดับ

ผลกระทบต่อตลาดไอทีในประเทศไทยของปีนี้ที่เห็นได้ชัดคือ ร้านค้าคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คในตลาดไอทีในที่ต่างๆ ยอดขายไม่ได้คล่องตัว หรือยอดขายไม่ได้หรือหวา เหมือนเมื่อก่อน เพราะ Smart Phone และแทปเล็ตที่สามารถโทรเข้า โทรออกได้ กลับได้รับความนิยมอย่างมาก ประกอบกับราคาก็ไม่ได้แพงมาก สามารถหาซื้อได้ตั้งแต่ 4,000 กว่าบาท ไปถึง 2หมื่นต้นๆ  เห็นทีร้านค้าคอมพิวเตอร์ต่างๆ อาจจะต้องปรับตัวมากขึ้น และเป็นการใหญ่ เพื่อขายสินค้าในสต๊อกของตนออกไปให้เร็วที่สุด แล้วรับสินค้าประเภทแทปเล็ต, สมาร์ทโฟนมาขายในร้านมากขึ้น เพื่อร่วมหากำไรจากยุค Smart Device

แต่ขณะเดียวกันยังมีอีกมุมหนึ่งที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน,แทปเล็ต หลงลืมไปเพราะกำลังเมามันกับการเกาะติดกระแสความนิยมสมาร์ทโฟน และแทปเล็ต นั่นคือ ผู้ใช้งานและคนเกือบส่วนใหญ่หลงลืมไปว่า ระบบปฏิบัติการของ Smart Device ไม่ว่าจะเป็น แอนดรอยด์ และอื่นๆ นั้นยังขาดระบบรักษาความปลอดภัยของตนเอง หรือะบอกว่าระบบการรักษาความปลอดภัยเป็นศูนย์ก็ว่าได้ นั่นเป็นโอกาสอันดีของบรรดาแฮกเกอร์และผู้ต้องการจารกรรมข้อมูลที่สามารถแฮ็กข้อมูลได้อย่างสะดวกง่ายดาย  ประกอบกับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ยังคงเข้าใจผิดอย่างมากว่าระบบแอนดรอยด์ ไม่มีไวรัส  จากข้อมูลล่าสุดของหน่วยงาน FBI  ของ USA ได้ประกาศเตือนภัยในเรื่องนี้ (แหล่งข้อมูล : http://www.fbi.gov/sandiego/press-releases/2012/smartphone-users-should-be-aware-of-malware-targeting-mobile-devices-and-the-safety-measures-to-help-avoid-compromise)  

ซึ่งได้พูดถึงว่า ภัยคุกคาม ในระบบแอนดรอยด์ หรือ Andriod Malware 2 ตัวล่าสุดที่เป็นอันตราย คือ Loozfon and FinFisher ซึ่ง Loozfon จะทำการขโมยข้อมูลส่วนตัวเช่น ข้อมูล Contact List ทั้งหมดที่มีอยู่ในเครื่องเราไม่ว่าจะเป็นชื่อ,เบอร์โทรศัพท์ e-mail address ที่อยู่ในเครื่องสมาร์ทโฟน, แทปเล็ต ของเรา  ส่วน FinFisher เป็น Malware ที่น่ากลัวมากที่สุดในขณะนี้  FinFisher เป็นSpyware ที่แพร่กระจายตามเว็บไซต่างๆ เมื่อสมาร์ทโฟน หรือแทปเล็ตเข้าเว็บไซ เหล่านี้ก็จะฝังตัวเองลงในเครื่องแล้วทำงานแบบระบบการสั่งการทางไกล (Remote Access) ทำการควบคุมและติดตามสมาร์ทโฟน หรือแทปเล็ต เก็บข้อมูลต่างๆของเราที่เข้าเว็บไซ ต่างๆ หากเราเข้าใช้งานธุรกกรรมออนไลน์ ไม่ว่า ออนไลน์แบ้งกิ้ง, ออนไลน์ช๊อปปิ้ง, เทรดหุ้นออนไลน์, โกลด์มาร์เก็ต ต่างๆ อีกมากมาย FinFisher จะทำการเก็บข้อมูลทั้งยูเซอร์ไอดีและพาสเวิร์ด เพื่อนำไปทำรายการต่างๆ, โอนเงินเข้าตัวเองด้วยวิธีที่แยบยล กว่าเราจะรู้ก็เสียหายแล้ว

เราอาจจะมองว่าไกลตัวไปมาดูภัยคุกคามหรืออาชกรรมทางอินเตอร์เน็ทกัน แม้กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ได้มีนักวิชาการในไทยออกรายการทีวีให้ระวัง เตือนภัย การต่อเชื่อมไวไฟ (WiFi) หรืออินเตอร์เน็ตฟรี ด้วยสมาร์ทโฟน หรือแทปเล็ต ในแหล่งชุมชนหรือตามที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่มีชาวต่างชาติเยอะๆ เช่นที่พัทยา ซึ่งจะมีกลุ่มแฮ็กเกอร์จากบางประเทศที่มาจากยุโรปตะวันออก คอยปล่อย malware ลักษณะเดียวกันกับ FinFisher เพราะต้องการแฮ็กข้อมูลนักท่องเที่ยวที่ใช้สมาร์ทโฟน, แทปเล็ต เพื่อเอารหัสส่วนตัวที่ใช้ทำรายการธุรกรรมการเงินทางอินเตอร์เน็ต ผู้เสียหายที่เป็นคนไทยก็จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อมีการตรวจสอบรายการ บางรายก็ไม่รู้ว่าฟ้องที่ไหน พิสูจน์อย่างไร หากจะฟ้องร้องธนาคารก็จะปิดข่าว เพราะกลัวเสียชื่อเสียง หารู้ไม่ว่าเหตุการณ์เหล่านี้หากเราเก็บสถิติ หรือสอบถามข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็คงจะได้ทราบว่ามีผู้เสียหายเยอะมาก แต่นี้คืออีกมุมหนึ่งในด้านมืดของเทคโนโลยีในยุค 3 G ที่กำลังเข้าสู่ 4 G ที่กลุ่มมิจฉาชีพมาหาผลประโยชน์ แต่เมื่อเทียบกับด้านคุณประโยชน์ของเทคโนโลยียังมีอีกมากมาย และใช่ว่าเราจะหาวิธีป้องกันไม่ได้

 คุณเจริญศักดิ์ ศักดิ์รัตนอนันต์ ผู้คล่ำหวอดในวงการ Antivirus Software ในไทยมาเกือบ10 ปี นับได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกในวงการคนหนึ่งเหมือนกัน ปัจจุบันคุณเจริญศักดิ์ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ได้ให้คำแนะนำ BullGuard Security (Southeast Asia) ได้ให้ความเห็นและข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้ สมาร์ทโฟน, แทปเล็ต และคอมพิวเตอร์ สำหรับการทำธุรกรรมต่างๆบนอินเตอร์เน็ทไว้ว่า  สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน,แทปเล็ต เพื่อทำรายการธุรกรรมต่างๆ ใช่ว่าไม่มีทางเลือกที่จะป้องกันตัวเองจากภัยอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ตได้ เพียงผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน, แทปเล็ต ให้ความใส่ใจกับการระมัดระวังไม่เชื่อมต่อ wifi หรืออินเตอร์เน็ตที่ไม่น่าเชื่อ ถือเช่น ร้านกาแฟ,โรงแรมที่พัก ที่ดูไม่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ อย่าดาว์วโหลดแอพพลิเคชั่นจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือประเภทแอพพลิเคชั่นฟรีต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเจลเบรก เพราะแหล่งพวกนี้จะแถมโปรแกรมที่เป็นภัยอันตรายให้เราอยู่เสมอ  แต่เพื่อการป้องกันทางเลือกที่ดีควรมีโปรแกรมป้องกันภัยคุกคามและรักษาความปลอดภัยข้อมูลติดตั้งไว้ในเครื่องสมาร์ทโฟน,แทปเล็ตของตนจะดีกว่าเพราะเมื่อพวกแฮ็กเกอร์ปล่อย Malware มาเครื่องเราจะได้ป้องกันไว้ได้   ซึ่ง BullGuard Mobile Security เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลบนสมาร์ทโฟน,แทปเล็ต จากประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรปเพราะคุณภาพ,ฟังชั่นการทำงานที่คุ้มค่า  และติดอันดับหนึ่งใน Mobile Security Topten review ของโลก ด้วย 2 รางวัล Gold Award และ Excellence  Award นอกจากความสามารถในการป้องกันแฮ็กเกอร์, ไวรัสต่างๆที่ทำงานบน สมาร์ทโฟน, แทปเล็ต และคอมพิวเตอร์ แล้ว ยังสามารถรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัวด้วยระบบBackup และ Antitheft ที่สามารถควบคุมและติดตามตำแหน่ง GPS และ Tracking  สมาร์ทโฟน, แทปเล็ต ในกรณีที่ถูกขโมย และสั่งการให้ร้องเตือนเพื่อจับขโมยได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ BullGuard Mobile Security จะเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้ สมาร์ทโฟน, แทปเล็ต และคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันภัยดังกล่าวได้

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bullguardsea.com ,www.bullguard.com หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ 02-438-8118 และสามารถหาซื้อได้ที่ ร้านซีเอ็ดทุกสาขาทั่วประเทศ , SAMSUNG SHOP

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *